You are here Articles ABUNDANCE AND PREY SELECTION OF DHOLE (Cuon alpinus) IN HUAI KHA KHAENG WILDLIFE SANCTUARY

ABUNDANCE AND PREY SELECTION OF DHOLE (Cuon alpinus) IN HUAI KHA KHAENG WILDLIFE SANCTUARY

E-mail Print PDF

 

 

การศึกษาความมากมาย และการเลือกกินเหยื่อของหมาในในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี ดำเนินการบริเวณพื้นที่หน่วยพิทักษ์ป่าเขาบันได ระหว่างเดือนธันวาคม พ.ศ. 2558 ถึงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2559 รวมระยะเวลาประมาณ 1 ปี ด้วยวิธีเทคนิคการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพ และการเดินเท้าเก็บมูลหมาในเพื่อนำมาจำแนกชนิดเหยื่อด้วยเทคนิคทางกล้องจุลทรรศน์

ผลการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพในตารางกริตขนาด 1 ตารางกิโลเมตร จำนวน 50 ตารางกริต ครอบคลุมพื้นที่ 50 ตารางกิโลเมตร รวมเวลาในการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพ 1,500 กับดักวัน พบหมาในมีค่าร้อยละความมากมาย 0.6 พบสัตว์ที่สามารถเป็นเหยื่อรวม 21 ชนิด โดยเก้งมีค่าความมากมายมากที่สุด (34.27%) รองลงมาได้แก่ กวางป่า (29.87%) หมูป่า (14.20%) และสัตว์กลุ่มนก (10.87%) พบชนิดเหยื่อจากการวิเคราะห์กองมูลหมา ใน 134 กองพบชนิดเหยื่อรวม 10 ชนิดประกอบด้วย เก้ง กวางป่า เนื้อทราย หมูป่า ชะมดแผงหางปล้อง อีเห็นธรรมดา เม่น ลิงกัง สัตว์กลุ่มนก สัตว์กลุ่มหนู ผลการศึกษาพบเก้งมีค่าร้อยละความถี่ในการปรากฏมากที่สุด 31.34% รองลงได้แก่ ชะมดแผงหางปล้อง 30.60% กวางป่า 20.90% หมูป่า 14.18% ค่ามวลชีวภาพของเหยื่อที่ถูกกินสัมพัทธ์พบว่าหมาในกินกวางป่าในปริมาณมากที่สุด 39.92% รองลงมา ได้แก่ หมูป่า 18.78% เก้ง 17.03% เหยื่อส่วนใหญ่เป็นสัตว์กีบพบรวม 78.17% นอกจากนี้ยังมีชนิดเหยื่ออีกที่สำคัญได้แก่ชะมดแผงหางปล้อง 13.46% จำนวนตัวเหยื่อที่ถูกกินสัมพัทธ์พบว่าหมาในกินสัตว์กลุ่มนก 33.93% รองลงมาได้แก่พวกหนู 26.90%  ชะมดแผงหางปล้อง 17.67%  ค่าดัชนีการเลือกกินวิเคราะห์โดยรวมข้อมูลพบมากที่สุดในชะมดแผงหางปล้อง มีค่า 0.86 รองลงมาได้แก่ หมูป่า 0.00 เก้ง -0.07 และกวางป่า -0.23 ผลการศึกษานี้เมื่อเปรียบเทียบกับผลการศึกษาในพื้นที่อื่นในประเทศไทยให้ผลไปในทิศทางเดียวกันคือพบว่าความมากมายของหมาในมีน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับความมากมายของเหยื่อ เหยื่อหลักของหมาในได้แก่ กวางป่า หมูป่า เก้ง เมื่อพิจารณาจากปริมาณมวลชีวภาพสัมพัทธ์ที่หมาในกิน ผลจากการศึกษาดัชนีการเลือกกินพบว่าหมาในเลือกกินชะมดแผงหางปล้องมากที่สุด รองลงมาได้แก่ หมูป่า เก้ง กวางป่า ตามลำดับ ข้อเสนอแนะสำหรับการศึกษาและจัดการเพื่อการอนุรักษ์หมาในและเหยื่อได้เสนอไว้ในการศึกษานี้แล้ว

 

คำสำคัญ: หมาใน, มวลของเหยื่อที่ถูกกินสัมพัทธ์, จำนวนเหยื่อที่ถูกกินสัมพัทธ์,

การเลือกกินเหยื่อ, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง    

The study of abundance and prey selection of dhole in Huai Kha Kheang Wildlife Sanctuary, Uthai Thani Province was procedured in the area around Khao Bun Dai Forest Guard Station during December 2015 and July 2016, total time of 1 year approximately. Camera trap techniques and walking on the forest road to collect dholes’ feceses for prey identification by microscopic technique were used. The result gained from camera trap within 1 km2 square grid, 50 square grids totally that covered an area of 50 km2, 1,500 trap day was deployed. The results reflected that the abundance of dhole in the area was 0.6. Twenty one of prey species were detected by the camera. The study showed that baking deer was the most abundance (34.27%) followed by sambar deer (29.87%), wild pig (14.20%) and group of bird species (10.87%). Ten prey species of the dhole were found based on 134 dholes’ feceses.  There composed of barking deer, sambar deer, hog deer, wild pig, large Indian civet, Asian palm civet, porcupine, pig-tailed macaque, some species of birds, some species of rodents. The results showed that barking deer was the highest frequency of occurrence, 31.34% followed by large Indian civet 30.60%, sambar deer 20.90%, wild pig 14.18%. The relative biomass consumed by the dhole in the area revealed that the highest relative biomass consumed was sambar deer 39.92%, followed by wild pig 18.78%, barking deer 17.03%. The ungulates species was the most prey there was 78.17% of the biomass totally. Moreover one of the most important prey species was large Indian civet there was 13.46% of the total relative biomass consumed.  In the case of the relative number of individual consumed found that the highest number was some bird species  33.93% followed by some small rodent species 26.90%, large Indian civet 17.67%. The selectivity index analyzed by pooled data found that the highest was large Indian civet 0.86, followed by wild pig 0.00, barking deer -0.07 and sambar deer -0.23. Determined the results of this study with the results gained from other studies sites of Thailand showed in the same direction that the abundance of dhole was a little when compared with the abundance of prey based. Main preys of the dhole also were sambar deer, wild pig and barking deer when determined by the relative biomass consumed. Prey selection index showed that the dhole in the area liked to feed on large Indian civet followed by wild pig, barking deer and sambar deer respectively. Recommendations for further study and management for dhole and their conservation were proposed in this study.

 

Key words: Dhole, Relative biomass consumed, Relative number of prey consumed,

Prey selection, Huai Kha Khaeng Wildlife Sanctuary

 Download Full PDF

Joomlart